การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นช่องจมูกคด

การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นช่องจมูกคด

การที่มีผนังกั้นช่องจมูกคด (Deviated nasal septum) อาจเกิดจากภาวะผิดปกติที่มีมาแต่กำเนิดหรือเกิดจากอุบัติเหตุทำให้มีอาการคัดจมูกข้างใดข้างหนึ่ง มากกว่าอีกข้างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการปวดในโพรงจมูก, ไซนัสอักเสบเรื้อรัง, โรคริดสีดวงจมูก,  และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นอนกรน และเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นได้ (Obstructive sleep apnea, OSA)

การผ่าตัดแก้ไขภาวะดังกล่าว ทำโดยการผ่าตัดผ่านช่องจมูก เพื่อจัดผนังกั้นจมูกให้อยู่ในแนวตรงจึงไม่มีแผลหรือรอยผ่าตัดให้เห็นภายนอก ยกเว้นในรายที่ผนังกั้นช่องจมูกคดนั้นอยู่บริเวณด้านหน้ามาก อาจมีแผลเล็กๆที่ผิวหนังบริเวณผนังกั้นช่องจมูกทางด้านหน้าส่วนล่างซึ่งเล็กและแทบมองไม่เห็น การผ่าตัดนี้อาจทำร่วมกับการจี้เยื่อบุจมูก ด้วยคลื่นความถี่วิทยุและการผ่าตัดไซนัสหรือริดสีดวงจมูกได้ การผ่าตัดสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือวิธีดมยาสลบ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ผู้ป่วยควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เช่น พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันไข้หวัดหรือการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจซึ่งอาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัด สำหรับ ผู้ป่วยบางรายที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องหยุดยาก่อนผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความพร้อมของผู้ป่วยสำหรับการผ่าตัด โดยการตรวจเลือด ภาพถ่ายรังสี หรือคลื่นหัวใจแล้วแต่ความจำเป็น และงดน้ำอาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ

ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดจากการผ่าตัด

โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงและพบน้อย ได้แก่ บริเวณที่ผ่าตัดติดเชื้อ, เลือดออก, เกิดรูทะลุของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งมองไม่เห็นจากภายนอก, การมีดั้งจมูกยุบซึ่งพบได้น้อยมาก, นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำมูกแห้ง ๆ หรือมีเลือดกำเดาออกเป็นครั้งคราว

การปฏิบัติตนและสิ่งที่ควรทราบหลังผ่าตัด
  1. หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับยาต้านจุลชีพ, ยาแก้ปวด, ยาหยอดจมูกเพื่อห้ามเลือด, ยาลดอาการคัน จาม น้ำมูกไหล โดยทั่วไป ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะกลับบ้านได้ หลังผ่าตัด 3-4 วัน
  2. ผู้ป่วยจะมีวัสดุที่ใช้ในการห้ามเลือดอยู่ในโพรงจมูกทั้งสองข้างประมาณ 48 ชม. จำเป็นต้องหายใจทางปากร่วมด้วยจนกว่าแพทย์จะเอาวัสดุห้ามเลือดออก หลังผ่าตัดเสร็จ ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บจมูกจากแผลผ่าตัดหรืออาจมีเลือดปนน้ำมูกหรือน้ำลายได้บ้าง และอาจมีอาการคัดจมูกอยู่คล้ายเป็นไข้หวัดซึ่งอาการดังกล่าวมักจะหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์
  3. หลังกลับบ้านผู้ป่วยควรล้างจมูกเพื่อทำความสะอาดช่องจมูกด้วยตนเองโดยใช้น้ำเกลืออุ่นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มที่ ประมาณ 2 วัน หลังจากที่แพทย์เอาวัสดุห้ามเลือดออกแล้ว
  4. แพทย์จะให้ผู้ป่วยหยุดพักฟื้นต่อที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ระหว่างนี้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ, การแคะจมูกหรือการกระทบกระเทือนบริเวณจมูก, การออกแรงมาก, การเล่นกีฬาที่หักโหม เพราะอาจทำให้มีเลือดออกจากแผลได้ ถ้ามีเลือดออกจากจมูกหรือไหลลงคอ ควรนอนพัก ยกศีรษะสูง หยอดยาหยอดจมูกเพื่อห้ามเลือดที่แพทย์สั่งไว้ให้ แต่ ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติควรมาโรงพยาบาล